Skip to content

ราสีชมพู… มหัตภัยตายยกแปลง

  • by

ราสีชมพู... มหัตภัยตายยกแปลง

ปัญหาหลักของชาวสวนในช่วงความชิ้นสูง (ฤดูฝน) คือ เชื้อราชนิดต่างๆ เข้าทำลายต้น ซึ่งในช่วงหน้าฝนชาวสวนไม่สามารถพ่นสารกำจัดเชื้อราได้เนื่องจากยาจะถูกชะล้างด้วยน้ำฝน รวมไปถึงเวลาในช่วงปฏิบัติงานทำได้ลำบากเช่นเดียวกัน

การรับมือป้องกันราสีชมพูไว้ล่วงหน้าย่อมเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ก่อนจะสายเกินแก้

โรคราสีชมพู เกิดจากเชื้อ Corticium salmonicolor สาเหตุของการเรียกชนิดนี้ว่าราสีชมพูเนื่องจาก มักพบเส้นใยสีขาวบริเวณใต้ท้องกิ่ง และเมื่อแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนเส้นใยสร้างสปอร์ เราจะพบว่าเส้นใยดังกล่าวมีสีคล้ายสีชมพูอ่อนๆภายใต้ท้องกิ่ง โดยในระยะการสร้างเส้นใยของเชื้อราดังกล่าว สามารถงอกเข้าไปยังบริเวณท่อน้ำของต้นทุเรียนได้ ส่งผลให้กิ่งของทุเรียนบริเวณนั้นๆถูกทำลายจนแห้ง และตายในลำดับต่อมา

ขั้นตอนการป้องกันที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดราสีชมพูภายในสวน ทำได้ดังนี้

  1. ก่อนเข้าฤดูฝน หรือ ก่อนทำให้ต้นทุเรียนเกิดบาดแผล (การตกแต่งกิ่ง หรือ การตัดผลผลิต) ให้ใช้ สารเคมีกำจัดเชื้อราชนิดดูดซึม ฉีดพ่นเพื่อป้องกันไว้ก่อน เช่น ตี้พลัส , เธอโมซ่า , จีนัส , ไรฟ่า , โนกุ , อาซ็อกซี่ หรือ ท๊อปไฟท์ เป็นต้น
  2. ใช้ สารเคมีในกลุ่มสร้างภูมิคุ้มกันให้กับต้นทุเรียน สามารถต้านทานต่อการเข้าทำลายของเชื้อราได้เอง เช่น โปรเกรซ เป็นต้น หรือ ใช้สารชีวภัณฑ์พ่นเพื่อป้องกันการเข้าทำงายของเชื้อราดังกล่าว
  3. ตัดแต่งกิ่งแขนง เพื่อลดความชื้นในทรงพุ่ม และลดการสะสมของเชื้อราในทรงพุ่ม
  4. งดการใช้อาหารเสริมที่อยู่ในกลุ่มน้ำตาลทางด่วน เนื่องจากส่งผลให้พืชอ่อนแอลง และงดการใช้ปู๋ยน้ำ หรือปุ๋ยเม็ดที่มี ไนโตรเจน สูง

หากราสีชมพูเริ่มเข้าทำลายในสวนแล้ว ต้องจัดการสวนดังนี้

  1. หากพบว่ากิ่งมีอาการแห้ง ใบเริ่มร่วงจะเหลือแต่กิ่ง แนะนำให้ตัดกิ่งนั้นๆออก นำไปฝังกลบ โดยไม่แนะนำให้ทำการเผาเนื่องจากอาจทำให้สปอร์ที่อยู่บริเวณกิ่งแผ่กระจายอยู่ในสวน
  2. ใช้ สารเคมีกำจัดเชื้อราชนิดสัมผัส พ่นเพื่อกำจัดสปอร์ของเชื้อรา โดยทำการผสมร่วมกับ สารเคมีกำจัดเชื้อราชนิดดูดซึม ดังที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นใยของเชื่อราเจริญเข้าไปทำงายบริเวณเนื้อเยื้อเจริญของต้นทุเรียน โดยต้องทำการสลับกลุ่มเพื่อป้องกันการดื้อยาของเชื้อราดังกล่าว

พืชทุเรียนเป็น ไม้ผล ชนิดหนึ่งที่ต้องอาศัยความเข้าใจ และปรับตัวการดูแล ให้ถูกต้องตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกๆปี โดยมี ปราชญ์ทำทุเรียนได้กล่าวไว้ว่า “ทุเรียน เป็น พืชที่เรียนไม่รู้จักจบ”