Skip to content

ไฟทอปธอรา… ราร้ายในทุเรียน

  • by

ไฟทอปธอรา... ราร้ายในทุเรียน

การเข้าทำลายเชื้อเชื้อไฟทอปธอร่า มักถูกเรียกตามอาการที่มองเห็น เช่น รากเน่าโคนเน่า (ถูกทำลายบริเวณโคนต้นทุเรียน) , ท๊อปเข้าผล (ถูกทำลายบริเวณผลทุเรียน) หรือ ท๊อปเข้าใบ (ถูกทำลายบริเวณใบ) เป็นต้น ซึ่งการเข้าทำลายของเชื้อไฟทอปธอร่า มีปัจจัยที่คล้ายคลึงกับเชื้อราชนิดอื่นๆคือต้องอาศัยสภาวะที่เหมาะสม 3 ประการเช่นเดียวกัน

รากเน่าโคนเน่า จาก ไฟทอปธอร่า

ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีราคาผลผลิตต่อกิโลกรัมที่สูง ชาวสวนทุเรียนจึงมีการบำรุงที่ดีมากๆ มีการใส่ปุ๋ยตลอดเวลาในทุกๆเดือนของการเพาะปลูก ซึ่งการตกค้างของปุ๋ยในดินส่งผลต่อความเป็นกรดของดินที่สูงขึ้น (ค่า pH ต่ำกว่า 5) เมื่อผสมผสานกับความชื้นที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ย่อมส่งผลให้เชื้อไฟทอปธอร่า เจริญได้ดีในพื้นที่สวนดังกล่าว

การจัดการแบบเต็มรูปแบบของ โรครากเน่าโคนเน่า

  1. ปรับค่าความเป็นกรดของดิน ด้วยการใช้ ปูนขาว หรือ โดโลไมท์ เพื่อเพิ่มค่า pH ของดินให้สูงขึ้น โดยควรมีค่าอยู่ระหว่าง 6-7 (อัตราการใส่ต่อต้น อ้างอิงจากปริมาณการใส่ปุ๋ย)
  2. ปรับพื้นที่ของสวน ไม่มีให้มีการขังของน้ำ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งรวบรวมปุ๋ยที่ไหลมารวมตัวกัน รวมถึงมีความชื้นที่มาก ซึ่งเป็นสภาวะที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค
  3. ใช้ เมจิกฮิวมิกพลัสฟลูวิก 300-500 กรัมต่อน้ำ 200 ลิตร ร่วมกับ ท๊อปไฟท์ (สูตรราดโคน) 100-150 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ใช้ฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณพื้นดินและบริเวณโคนต้น เพื่อฆ่าเชื้อไฟทอปธอร่า และปรับความฟูของดิน
  4. บริเวณแผลของลำต้นที่เกิดการเน่าจากเชื้อไฟทอปธอร่า ใช้การขูดแปลกนอกของต้นทุเรียนออก (ไม่ต้องขูดให้ถึงแก่นของลำต้น) จากนั้นทำการกรีดขนานกับท่อน้ำ โดยห้ามบั้งบริเวณต้นเนื่องจากจะส่งผลให้ท้อน้ำเกิดความเสียหาย ใช้ ท๊อปไฟท์ (สูตรทาต้น) ผสมน้ำ ที่อัตราส่วน 1 ต่อ 1 ร่วมกับ ยากำจัดมอด สเปรย์เป็นละอองฝอยไปยังแผลดังกล่าว โดยถ้าแผลมีขนาดใหญ่อาจต้องสเปรย์ซ้ำอีกครั้งใน 7 วันต่อมา

ท๊อปเข้าผล หรือ ท๊อปเข้าใบ จาก ไฟทอปธอรา

ในช่วงการขยายผล และช่วงสะสมอาหาร เป็นช่วงที่ชาวสวนทุเรียนมีการพ่นอาหารเสริมจำนวนมากเพื่อเร่งขยายขนาดของผล รวมถึงในช่วงสะสมอาหารเป็นช่วงที่ต้นทุเรียนมีอาหารในต้นที่สมบูรณ์มากๆ ดังนั้นทั้ง 2 สภาวะ หากอยู่ในช่วงหน้าฝนที่มีความชื้นมากๆ ย่อมส่งผลให้เป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญของเชื้อไฟทอปธอร่า ซึ่งโดยทั่วไปมักพบเมื่อเชื้อไฟทอปธอราเริ่มทำลายและมีการระบาดไปแล้วในสวน

การป้องกัน และ การกำจัดโรคดังกล่าว ประกอบไปด้วย

การใช้สารเคมีที่สามารถกำจัดได้ทั้งเส้นใยและสปอร์ของเชื้อไฟทอปธอรา นั่นคือ สารเคมีกำจัดเชื้อราชนิดสัมผัส ร่วมกับสารเคมีกำจัดเชื้อราชนิดดูดซึม ดังนั้นหากมีการระบาดในแปลงแล้วควรสลับกลุ่มสารเคมีฉีดพ่นในทันทีทุกๆ 3-5 วัน ขึ้นกับอัตราการระบาดในแปลง

สารเคมีกำจัดเชื้อราชนิดสัมผัส ที่แนะนำให้สลับ ได้แก่ แมนโคเซป , โพรพิเนป หรือ เมทาแล็กซิล

สารเคมีกำจัดเชื้อราชนิดดูดซึม ที่แนะนำให้สลับ ได้แก่ จีนัส , โนกุ , ตี้พลัส , เธอโมซ่า , ท๊อปไฟท์(สูตรพ่นใบ) หรือ อาซ็อกซี่ เป็นต้น

ซึ่งการผสมระหว่ากลุ่มสัมผัสและกลุ่มดูดซึม ส่งผลให้มีการ ดื้อยา ที่ลดลงของเชื้อไฟทอปธอร่า

คำถามที่มักพบ สามารถใช้ เชื้อไตรโครเดอม่า ซึ่งเป็น                       เชื้อราปฏิปักษ์กับ เชื้อราไฟทอปธอรา ได้หรือไม่

การใช้ชีวภัณฑ์ เชื้อราไตรโครเดอม่า สามารถได้แต่จะเห็นผลได้ช้ากว่าสารเคมี ดังนั้นหากใช้สลับกับสารเคมีย่อมทำได้เช่นเดียวกัน แต่ในทางกลับกัน สารเคมีที่ใช้กำจัดเชื้อราก็สามารถกำจัดเชื้อไตรโครเดอม่าได้เช่นเดียวกัน ซึ่งหากแนะนำให้ใช้ควรใช้เชื้อไตรโครเดอม่าพ่นเพื่อป้องกันก่อนเกิดโรคภายในแปลงจะเหมาะสมต่อการใช้งานมากกว่า

พืชทุเรียนเป็น ไม้ผล ชนิดหนึ่งที่ต้องอาศัยความเข้าใจ และปรับตัวการดูแล ให้ถูกต้องตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกๆปี โดยมี ปราชญ์ทำทุเรียนได้กล่าวไว้ว่า “ทุเรียน เป็น พืชที่เรียนไม่รู้จักจบ”