Skip to content

บทความ

หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ควรจัดการอย่างไร

หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ควรจัดการอย่างไร ชาวสวนยุคก่อนไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว แต่ถ้าสวนไหนขยันลุกขึ้นมาจัดการมักจะพบว่าผลผลติตในฤดูหน้าก็จะดี เพราะอะไร? ไม้ผลส่วนใหญ่จะพักตัวหลังให้ผลผลิตจึงมีคำกล่าวว่าธรรมชาติไม้ผลจะดกปีเว้นปี ซึ่งไม่จริงเสมอไป ความประสบการณ์ของ Misterม้าคาวบอย 1 ฟื้นฟู ปรับปรุง บำรุงดิน เพื่อกระตุ้นการแตกรากใหม่พรวนดิน พร้อมใส่อะมิโนฮิวมิค+สปีดรูท+ธาตุอาหาร2 ตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่ง เพิ่มพื้นที่การรับแสง ลดการสะสมโรคแมลงหลังจากที่ต้นไม้ผลถูกตัดแต่งกลไลภายในต้นจะเร่งสั่งการให้เร่งการแตกใบอ่อน(ถ้าอยากพิสูจน์ลองไม่ตัดแต่งบางต้นดู) 3.เมื่อมีการแตกใบแล้วเตรียมปุ๋ยน้ำ+สารเพิ่มเม็ดคลอโรฟิลล์+CaB

การขยายขนาดของผลไม้

การขยายขนาดของผลไม้ โดยธรรมชาติ ไม้ผลจะขยายขนาดผมมีกระบวนการดังนี้ A-เซลล์ในผลไม้จะแบ่งตัวไปเรื่อยๆ จาก 1 เป็น2 เป็น 4 เป็น 8B-มีกาารเคลื่อนย้ายอาหาร(คาร์โบไฮเดรท)จากแหล่งเก็บ(Source)ไปยังผลไม้คือแหล่งใช้(Sinnk)โดยใช้พลังงาน(ATP)เป็นตัวช่วยในการเคลื่อนย้าย ชืงทั้ง คาร์โบรไฮเดรทและ ATPได้มาจากกระบวนการสังเคราะห์แสงc-ขณะที่เนื้อผลไม้กำลังถูกสร้างจะมีกลไกการเร่งการพัฒนาเปลือกให้ขยายทันกับขนาดทีผลใหญ่ขึ้นไม่งั้นจะเกิดผลแตก จากประสบการณ์นายคาวบอยA-ถ้าต้นไม้ผลได้รับการฉีดพ่นเมจกเซอร์ไพร์สฮอร์โมนบางชนิดบางกลุ่มในปริมาณที่เหมาะสมพบว่าจำนวนเซลล์มีปริมาณมากกว่าต้นที่ไม่ได้รับB- ถ้าช่วยเติม calcimax (คาร์โบรไฮเดรทคีเลท)+เมจิกเพาเวอร์ (ATP)+เมจิกอมิโน (ช่วยเร่งการเคลื่อนย้าย) พบว่าผลนั้นจะมีน้ำหนักดีรูปทรงดีC-การสเปร์ย แคลเซียม-โบรอนรูปครีบจะไม่พบปัญหาเแลือกแตก เพราะรูปครีบที่เคลือบผิวใบผิวเปลือกผลทำให้ไม้ผล CaB ใช้ตลอดไม่ขาดช่วง

การใช้สารบังคับการออกดอก

  • by

ปัจจัยที่ส่งผลหลักต่อการออกดอกของพืช คือ ธาตุไนโตรเจน โดยต้องมีค่าที่ ต่ำ เพื่อให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมต่อการออกดอก ซึ่ง ธาตุไนโตรเจน แปรผันตรงกับฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน กล่าวคือ เมื่อ ไนโตรเจนสูง ฮอร์โมนจิ๊บจะเพิ่มขึ้น และ เมื่อไนโตรเจนต่ำลง ฮอร์โมนจิ๊บ ก็จะลดลง ในธรรมชาติปัจจัยที่ส่งผลให้ ปริมาณไนโตรเจนลดลง หรือการสร้างฮอร์โมนจิ๊บลดลง ประกอบไปด้วย อุณหภูมิที่ลดลง,พืชเกิดความเครียด หรือสมัยก่อนจะมีการรมควันในทรงพุ่มของพืช, การควั่นกิ่งให้เกิดบาดแผล เป็นต้น… Read More »การใช้สารบังคับการออกดอก

ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ในดินนั้นสำคัญไฉน

  • by

ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ในดินนั้นสำคัญไฉน ถ้าทำการเปรียบต้นไม้กับร่างกายคนเรา ก็จะมีบางส่วนที่พอจะเปรียบเปรยกันได้ ยกตัวอย่างในเรื่องของอาหาร เช่นหาก มนุษย์ ต้องการอาหารหลัก 5 หมู่พืช จำเป็นที่ต้องการธาตุอาหาร หลัก-รอง-เสริม เช่นเดียวกัน ในร่างการของมนุษย์ แป้ง(คาร์โบไฮเดรท) ย่อยสลายในปากโดยใช้เอ็นไซม์ Amylase ในสภาวะเป็น ด่างโปรตีน(Amino acid) ย่อยสลายในกระเพราะอาหารเปลี่ยน Poly peptide เป็น… Read More »ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ในดินนั้นสำคัญไฉน

ราสีชมพู… มหัตภัยตายยกแปลง

  • by

ราสีชมพู… มหัตภัยตายยกแปลง ปัญหาหลักของชาวสวนในช่วงความชิ้นสูง (ฤดูฝน) คือ เชื้อราชนิดต่างๆ เข้าทำลายต้น ซึ่งในช่วงหน้าฝนชาวสวนไม่สามารถพ่นสารกำจัดเชื้อราได้เนื่องจากยาจะถูกชะล้างด้วยน้ำฝน รวมไปถึงเวลาในช่วงปฏิบัติงานทำได้ลำบากเช่นเดียวกัน การรับมือป้องกันราสีชมพูไว้ล่วงหน้าย่อมเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ก่อนจะสายเกินแก้ โรคราสีชมพู เกิดจากเชื้อ Corticium salmonicolor สาเหตุของการเรียกชนิดนี้ว่าราสีชมพูเนื่องจาก มักพบเส้นใยสีขาวบริเวณใต้ท้องกิ่ง และเมื่อแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนเส้นใยสร้างสปอร์ เราจะพบว่าเส้นใยดังกล่าวมีสีคล้ายสีชมพูอ่อนๆภายใต้ท้องกิ่ง โดยในระยะการสร้างเส้นใยของเชื้อราดังกล่าว สามารถงอกเข้าไปยังบริเวณท่อน้ำของต้นทุเรียนได้ ส่งผลให้กิ่งของทุเรียนบริเวณนั้นๆถูกทำลายจนแห้ง และตายในลำดับต่อมา ขั้นตอนการป้องกันที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดราสีชมพูภายในสวน… Read More »ราสีชมพู… มหัตภัยตายยกแปลง

รากปม ในทุเรียน… ภัยเงียบใต้ดิน

  • by

รากปมในทุเรียน… ภัยเงียบใต้ดิน ราคาผลผลิตนอกฤดูของทุเรียน ที่ผ่านมาค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับราคาทุเรียนในฤดู ส่งผลให้สวนทุเรียนเริ่มมีการทำทวาย หรือ ทำให้ผลผลิตออกก่อนฤดู การทำทุเรียนนอกฤดู ชาวสวนนิยมใช้ฮอร์โมนกลุ่มยับยั้งการเจริญเติบโต ไม่ว่าจะเป็น Paclobutrazol, Uniconazole หรือ Daminozide ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้ทำหน้าที่บังคับไม่ให้ทุเรียนสร้างฮอร์โมน Gibberellin โดยผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนคือ ใบอ่อนรุ่นหลังที่ทำสารจะมีขนาดที่เล็กกว่าปกติ รวมถึงในบางกรณีที่สวนใช้ฮอร์โมนกลุ่มยับยั้งการเจริญเติบโตในปริมาณมากจะพบว่าต้นทุเรียนโทรมจนต้นทุเรียนตาย เมื่อทำการคุ้ยผิวดินรอบทรงพุ่มของต้นทุเรียนที่ใช้ฮอร์โมนกลุ่มยับยั้งการเจริญเติบโต จะพบว่า รากของทุเรียนชะงักการเจริญเติบโตเช่นเดียวกับใบอ่อน ส่งผลให้ต้นทุรียนไม่สามารถหาอาหาร หรือดูดซับสารอาหารในดินเข้าสู่ระบบท่ออาหารได้… Read More »รากปม ในทุเรียน… ภัยเงียบใต้ดิน

ไฟทอปธอรา… ราร้ายในทุเรียน

  • by

ไฟทอปธอรา… ราร้ายในทุเรียน การเข้าทำลายเชื้อเชื้อไฟทอปธอร่า มักถูกเรียกตามอาการที่มองเห็น เช่น รากเน่าโคนเน่า (ถูกทำลายบริเวณโคนต้นทุเรียน) , ท๊อปเข้าผล (ถูกทำลายบริเวณผลทุเรียน) หรือ ท๊อปเข้าใบ (ถูกทำลายบริเวณใบ) เป็นต้น ซึ่งการเข้าทำลายของเชื้อไฟทอปธอร่า มีปัจจัยที่คล้ายคลึงกับเชื้อราชนิดอื่นๆคือต้องอาศัยสภาวะที่เหมาะสม 3 ประการเช่นเดียวกัน รากเน่าโคนเน่า จาก ไฟทอปธอร่า ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีราคาผลผลิตต่อกิโลกรัมที่สูง ชาวสวนทุเรียนจึงมีการบำรุงที่ดีมากๆ มีการใส่ปุ๋ยตลอดเวลาในทุกๆเดือนของการเพาะปลูก ซึ่งการตกค้างของปุ๋ยในดินส่งผลต่อความเป็นกรดของดินที่สูงขึ้น… Read More »ไฟทอปธอรา… ราร้ายในทุเรียน

เพลี้ยปุยฝ้าย… ศัตรูร้ายใต้ท้องกิ่ง

  • by

เพลี้ยปุยฝ้าย… ศัตรูร้ายใต้ท้องกิ่ง เพลี้ยปุยฝ้าย มักเกิดบริเวณเนื้อเยื้อเจริญ หรือบริเวณที่มีอาหารสมบูรณ์ เช่นบริเวณรอยตัดขั้วผล หรือแขนง เป็นต้น โดยการเข้าทำลายของเพลี้ยปุยฝ้าย จะทำการดูดน้ำเลี้ยงบริเวณเนื้อเยื้อเจริญ จนบริเวณนั้นแห้ง อาจส่งผลให้ตาดอกที่กำลังเริ่มฟอร์มแห้งไป รวมถึงปลายกิ่งที่มีการเจริญของใบอ่อน เกิดการแห้งตาย เป็นต้น ลักษณะของเพลี้ยปุยฝ้ายที่เห็นได้ชัดคือ เพลี้ยจะสร้างเส้นใยสีขาวปกป้องตัวเองบริเวณเนื้อเยื้อเจริญต่างๆ การป้องกันและกำจัดเพลี้ยปุยฝ้าย หากเป็นระยะทำดอก หรือช่วงเปิดตาดอก จำเป็นต้องใช้สารเคมีที่ไม่ร้อน ในการพ่นกำจัด ได้แก่ อะบาอาก้า ที่อัตรา… Read More »เพลี้ยปุยฝ้าย… ศัตรูร้ายใต้ท้องกิ่ง

เพลี้ยไก่แจ้… ศัตรูใบเพสลาดของทุเรียน

  • by

เพลี้ยไก่แจ้… ศัตรูใบเพสลาดของทุเรียน ใบอ่อนของพืช เป็นเนื้อเยื้อเจริญที่มีความบอบบางที่สุด แต่ก็มีความสำคัญที่สุดเช่นเดียวกัน ซึ่งหากโดยทำลายด้วยแมลงปากดูดแล้ว จะส่งผลให้การสังเคราะห์แสงและการสร้างอาหารของพืชแย่ลง เพลี้ยไก่แจ้ เป็นแมลงปากดูดชนิดหนึ่ง โดยการทำลายคือ ทำการดูดน้ำเลี้ยงบริเวณใบอ่อน มักพบมากในใบทุเรียนระยะฝักดาบ ซึ้งเพลี้ยไก่แจ้มักแอบอยู่ในช่องว่างระหว่างใบ เพื่อหลบการกำจัดด้วยสารเคมี จุดสังเกตเมื่อมีเพลี้ยไก่แจ้ เข้าทำลายในสวน จะพบเป็นเส้นใยอ่อนสีขาวปลิวในอากาศเมื่อมีลมพัดผ่าน โดยมักพบตัวเพลี้ยไก่แจ้มากที่บริเวณใบอ่อน หรือใบระยะเพสลาด การป้องกันและกำจัดเพลี้ยปุยฝ้าย หากเป็นระยะทำดอก หรือช่วงเปิดตาดอก จำเป็นต้องใช้สารเคมีที่ไม่ร้อน ในการพ่นกำจัด ได้แก่… Read More »เพลี้ยไก่แจ้… ศัตรูใบเพสลาดของทุเรียน

เพลี้ยกระโดด…. ต้นเหตุปัญหายอดไม้กวาด

  • by

เพลี้ยกระโดด…. ต้นเหตุปัญหายอดไม้กวาด ยอดเป็นก้านธูป หรือ ยอดไม้กวาด เกิดจาก ศัตรูร้าย เพลี้ยกระโดด ในระยะการทำใบ หรือ ระยะการขยายผล ของทุเรียน ใบอ่อนที่แตกออกมามีความสำคัญเนื่องจากจะกลายเป็นโรงครัวแห่งใหม่ของต้นทุเรียน ดังนั้นหากขาดการดูแลไม่ฉีดพ่นสารเคมีกำจัดเพลี้ยอย่างต่อเนื่อง หรือพ่นไม่ถึงบริเวณยอด ย่อมส่งผลให้ เพลี้ยกระโดด เข้าทำลายใบอ่อนได้ เพลี้ยกระโดด ระยะการเข้าทำลายใบพืชคือระยะตัวเต็มวัย โดยทำการดูดน้ำเลี้ยงของใบอ่อนพืช ส่งผลให้ใบอ่อนของพืชเจริญไม่สมบูรณ์ จนส่งผลให้เกิดการหลุดร่วง ดังนั้นการเฝ้าระวังสามารถทำได้เบื้องต้นคือ ให้สังเกตใบอ่อนของทุเรียนบริเวณยอด… Read More »เพลี้ยกระโดด…. ต้นเหตุปัญหายอดไม้กวาด